ขณะที่สาวกบอนด์กำลังเถียงกันไม่เลิกเรื่องการเปรียบเทียบดารานำที่สวมบทเป็นเจมส์ บอนด์คนใหม่กับคนที่เลิกเล่นไปแล้ว จนบอนด์ฉบับใหม่ฉายมาได้ 2 ภาคแล้ว แต่ที่ไม่ต้องมานั่งเถียงกันให้เสียเวลาก็คือสาวบอนด์ในภาคนี้ ความเซ็กซี่แบบร้ายลึกของสาว โอลกา คูรีเลนโก กินขาดความอวบอึ่มสไตล์อังกฤษของ เจมมา อาร์เตอตัน ไปหลายช่วงตัวทีเดียว
จะว่าไปบท คามิล มอนเตส สาวลูกครึ่งรัสเซีย-โบลีเวียที่เต็มได้ด้วยแรงแค้นดูจะไม่ต่างจากผู้ที่มารับบทอย่างสาว โอลกา คูรีเลนโก เท่าไร่นัก เพราะสาวเลือดยูเครนวัย 28 ปีผู้นี้ต้องใช้เวลา(และระยะทาง)อันยาวไกลกว่าเธอจะประสบความสำเร็จมายืนตรงจุดนี้ได้ จากเมือง Berdyansk ที่ไม่มีใครรู้จักในอดีตสหภาพโซเวียต เธอได้ทิ้งครอบครัวมาหาความท้าทายในวงการนางแบบที่ปาริสตั้งแต่อายุ 17 ปี จนได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์เมืองน้ำหอม ของดีในตัวเธอมีมากพอที่จะส่งให้เธอกลายเป็นสาวจากอดีตมหาอำนาจคอมมิวนิสต์คนแรกที่มาเป็นนางเอกให้กับเจมส์ บอนด์ แม้จะมีเสียงกัดจิกเธอบ้างว่ายอมก้มหัวให้กับอดีตศัตรูในสมัยสงครามเย็น แต่ที่บ้านเกิดใน Berdyansk ก็ตั้งชื่อถนนตามชื่อเธอไปเรียบร้อยแล้ว
ความลับมันอาจจะอยู่ที่ความสมบูรณ์แบบของสัดส่วน 33-23-34 บนส่วนสูง 175 ซม. และความงามที่ลงตัวระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกบนใบหน้าของเธอ ที่ล่าสุดเธอให้เรามาอัพเดทหุ่นของเธอกันอีกครั้งในการไปเป็นแบบให้กับนิตยสาร Maxim ฉบับเดือนธ.ค.ของเยอรมนี และเพื่อพิสูจน์ว่าการแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้งไม่ได้ทำให้อะไรๆ ของเธอสึกหรอลงไป เราก็เลยหาภาพสมัยที่เธอยังเป็นเพียงนางแบบสาวชาวยูเครนที่กำลังไต่เต้าในวงการมาดูเทียบกันด้วย
-ร้อน- และ -ร้อนกว่า- ของ "โอลกา" สาวบอนด์แซบ/ซ่า/เซ็กซี่
ผู้ชายท้อง"โทมัส บีทตี้" ป่องอีกรอบแล้ว
"โทมัส บีทตี" สาวผู้แปลงเพศเป็นชาย หรือที่รู้จักกันดีว่า "ผู้ชายท้อง" ที่เพิ่งให้กำเนิดลูกสาวไปเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังผ่านไปเพียง 4 เดือนตอนนี้เจ้าตัวตั้งครรภ์ลูกคนที่สองอีกแล้ว!!
ในการให้สัมภาษณ์กับ บาร์บารา วอลเตอร์ ผู้ชายท้อง หรือ โทมัส บีทตี วัย 34 ปี ได้เผยถึงความรู้สึกในช่วงเวลา 3 เดือนแรกนี้ พร้อมบอกว่าเขาไม่ได้กลับไปบริโภคฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน หลังจากให้กำเนิด ซูซาน ลูกสาวคนแรกของเขาดังนั้นเขาจึงมีลูกคนต่อมาได้
"ผมรู้สึกดี ผมตรวจเช็คระดับฮอร์โมนของผมอยู่ตลอด เช่นเดียวกับการตรวจฮอร์โมน HCG และทุกอย่างก็เข้าวิถีเดิม"
บีทตีเผยกับวอลเตอร์ เกี่ยวกับการให้กำเนิดลูกสาวคนแรกด้วยว่า ลูกน้อยไม่ได้เกิดด้วยวิธี การผ่าท้อง แต่คลอดแบบธรรมชาติซึ่งต้องใช้เวลากว่า 40 ช.ม. พร้อมกับแนนซีภรรยาของเขาที่อยู่ให้กำลังใจและเป็นผู้ตัดสายสะดือด้วย
บีทตี เดิมทีเกิดมาเป็นผู้หญิง โดยมีชื่อเดิมว่า เทรซีย์ ลากอนดิโน ก่อนจะผ่าตัดเอาหน้าอกแท้ๆของเธอออกและแปลงเพศจากหญิงเป็นชายอย่างถูกกฏหมาย โดยเขาออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวดังกล่าวครั้งแรกในรายการ The Oprah Winfrey Show
โดยเขาระบุว่าแม้ว่าตัวเขาจะบริโภคฮอร์โมนเพศชายและใช้ชีวิตแบบผู้ชาย แต่ตัวเขาก็ยังเก็บอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงหรือมดลูกและรังไข่ไว้โดยหวังว่าเขาจะมีโอกาสตั้งท้องในสักวันหนึ่ง เนื่องจาก แนนซี ภรรยาของเขาไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้เนื่องจากผ่าตัดเอามดลูกออกไปแล้ว
ซึ่งการตั้งครรภ์ของเขา เจ้าตัวระบุว่าเป็น การตัดสินใจของมนุษย์คนหนึ่ง บุคคลที่ต้องการจะมีลูกที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง แม้ว่าตัวเขาจะสามารถตั้งครรภ์ได้เฉกเช่นผู้หญิงปกติทั่วไปแต่เจ้าตัวก็ระบุว่าเขาไม่เคยรู้สึกว่าตนเองนั้นอยากจะกลับไปเป็นผู้หญิงอีกครั้งเลยแม้แต่น้อย
"มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรแบบนั้นเลย ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะโกนขนหน้าแข้งตนเองหรืออย่างอื่น ผมเป็นผู้ชาย ผมก็เป็นแค่ผู้ชายที่ตั้งท้องได้คนหนึ่งเท่านั้นเอง"
และสิ่งสำคัญที่สุดที่เขากล่าวไว้นั่นคือ "ความไม่ธรรมดาคือความธรรมดาและความรักทำให้เกิดครอบครัว และนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด"
** HCG = หลังจากเดินทางผ่านท่อนำไข่ ตัวอ่อนที่ปฏิสนธิแล้ว จะฝังตัว ที่ผนังมดลูกของมารดา กระบวนการนี้เรียกว่า การฝังตัวของไข่ ซึ่ง เริ่มต้นภายใน 6 วัน และสิ้นสุดในช่วง 10 ถึง 12 วัน หลังจากการผสมพันธุ์
เซลล์จากตัวอ่อนที่โตขึ้น เริ่มผลิตฮอร์โมน ที่เรียกว่า กานาโดโทรปิน หรือ เอชซีจี ซึ่งเป็นสารที่ถูกตรวจพบ โดยการทดสอบการตั้งครรภ์-Manager Online